Recommend

][HIGANBANA-•-Byakuran][ View my profile

[KHR FIC] [10069] Mio Bello Uccello //NC-17 #Episode 19

posted on 23 Apr 2012 13:19 by higanbana  in FanFiction
::::::::::::::::::::::::::::::::::::>>••••<<:::::::::::::::::::::::::::::::::::::
 

KHR LongFiction : Mio Bello Uccello 

PARING              : [10069] Byakuran x Mukuro 

RATE                  : NC-17 

STORY                : HIGANBANA 

WARNING           : YAOI

:::::::::::::::::::::::::::::::::::::>>••••<<:::::::::::::::::::::::::::::::::::::
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

#Episode 19
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

“อ....เอ่อ คือ ..ท่านพี่มุคุโร่ล่ะคะ คุณเบียคุรัน”

 

เสียงเล็กใสติดจะประหม่าของหญิงสาวร่างเล็กบางเอ่ยถามในยามที่สวนทางกับร่างสูงเจ้าของเรือนผมสีพิสุทธิ์ขาวที่ทางเดินของคฤหาสน์ ใบหน้าหวานเจือด้วยรอยกังวลอยู่ไม่จาง นัยน์ตากลมโตสีไวโอเล็ตหม่นหมองจดจ้องใบหน้าคมคายราวกับจะพยายามคาดคั้นในสิ่งที่ตนอยากรู้

 

นับตั้งแต่ลืมตาตื่น โรคุโด นางิ ก็พบว่าตนได้มาอยู่ที่คฤหาสน์ชายทะเลของตระกูลเจสโซ่ โดยอยู่ในความดูแลของเบียคุรัน และพี่ชายของเขา โรคุโด มุคุโร่ ก็อยู่ในความดูแลของเบียคุรันเช่นกัน

 

หากแต่ ....นับตั้งแต่รู้สึกตัวขึ้นมานั้น เธอก็ยังไม่ได้พบกับ พี่ชายต่างมารดาของตนเลย...

 

“หืม? มุคุโร่คุงน่ะเหรอ? ไม่ต้องห่วงหรอกนะ ตอนนี้มุคุโร่คุงกำลังตั้งใจทำงานอยู่น่ะ”

 

เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยตอบพร้อมส่งรอยยิ้มอารมณ์ดีไปให้ นั่นเป็นคำตอบที่เบียคุรัน เจสโซ่พูดมาเสมอนับตั้งแต่นางิเอ่ยถามเป็นครั้งแรก คิ้วสวยของหญิงสาวขมวดมุ่น สิ่งที่เธอได้รับรู้อีกอย่างหนึ่งคือ พี่ชายของตนต้องทำงานเพื่อชดใช้ค่าใช้จ่ายในการรักษาตนเองในช่วงที่หลับไปนั่น และนั่นยิ่งเป็นสาเหตุให้ตนยิ่งกระวนกระวายใจมากยิ่งขึ้น

 

“ท่านพี่ต้องทำงานหนักมากเลยเหรอคะ ถึงไม่ได้กลับมาที่นี่เสียที ถ้าอย่างนั้นให้ฉันทำงานด้วยเถอะนะคะ”

 

“เธอทำไม่ได้หรอกนะ นางิจัง”

 

เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นมาทันควัน ใบหน้าหวานของหญิงสาวซีดเผือดยามเมื่อสบกับนัยน์ตาคมอเมทิสธ์ที่ทอประกายกล้าขึ้นมา ริมฝีปากได้รูปยังคงแย้มรอยยิ้มให้หากรอยยิ้มนั้นกลับยะเยือกเย็นจนคนมองหัวใจหล่นไปอยู่ที่ใดสักแห่ง

 

“มุคุโร่คุง คงไม่อยากให้เธอต้องลำบากหรอก จริงมั้ยล่ะ ดังนั้นเธอก็รออยู่ที่นี่เถอะนะ”

 

หากแต่คำที่เสียงทุ้มนุ่มของเจ้าของเรือนผมสีพิสุทธิ์ขาวเอ่ยบอก ทำให้ โรคุโด นางิ ไม่รู้จะสรรหาสิ่งใดมากล่าวต่อ นัยน์ตาหวานสีไวโอเล็ตหลุบลงเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้ารับเบา ๆ แล้วหันกายเดินกลับห้องของตนเงียบ ๆ

 

เบียคุรันมองตามไหล่บางที่ลู่ลงอย่างเงียบงัน การโกหกเป็นสิ่งที่เขาทำอยู่เป็นประจำอยู่แล้ว หากแต่ครั้งนี้กลับทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดและหงุดหงิดมากขึ้นเรื่อย ๆ มือหนาเลื่อนขึ้นลูบท้ายทอยอย่างเหนื่อยล้า นัยน์ตาคมอเมทิสธ์ปิดลงแล้วผ่อนลมหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง

 

...ไม่มีทาง ที่ทุกอย่างจะเป็นไปดังหวัง...

 

นั่นคือสิ่งที่เขากำลังรู้สึก มันช่างน่าเจ็บใจยิ่งเมื่อความจริงที่เขากำลังได้รับ ผิดแปลกไปจากสิ่งที่เขาเคยรับรู้ ไม่ว่าเมื่อใด เขาก็ได้สิ่งที่เขาอยากครอบครองมาเสมอ ยกเว้น...หัวใจของชายร่างบางเจ้าของเรือนผมสีไพริน ...โรคุโด มุคุโร่

 

 

 

 

อ่ะ!! อาา า!! ป...ปล่อย!!... อ๊าาา!!”

 

มือบางรวบกำผ้าปูที่นอนเอาไว้แน่น ริมฝีปากหวานส่งเสียงครางกระเส่าดังพร้อมทั้งคำปฏิเสธร่างสูง ...นับครั้งไม่ถ้วน ที่มือบางที่ถูกพันธนาการนั้นพยายามรั้งร่างของตนให้ห่างออก หากแต่มือหนาของร่างสูงเจ้าของเรือนผมสีพิสุทธิ์กลับกระชับเอวคอดไว้แน่นแล้วออกแรงลากรั้งให้ร่างบางต้องกลับมาอยู่ที่เดิม

 

“อึก!! อ!! อาา า!! อาา าา า!!!”

 

สะโพกแกร่งขยับรวดเร็วและรุนแรงจนร่างบางต้องไหวไปตามแรงกระแทกนั้น มุคุโร่กรีดร้องเสียงดังลั่นเมื่อความเจ็บปวดระคนเสียวซ่านจากการถูกรุกล้ำแล่นริ้วไปทั่วทุกสัมผัส ใบหน้าหวานแนบลงกับเตียงนุ่มหยาดน้ำหนืดเหนียวรินหลั่งออกมาจากมุมริมฝีปากหวาน เรี่ยวแรงที่มีเพื่อต้านทานการกระทำอันรุนแรงจวนจะหมดลง เหลือเพียงความรังเกียจในสัมผัสนั้นที่ร่างสูงยัดเยียดให้

 

“ชั้นรักเธอนะ”

 

เสียงนุ่มอ่อนเอ่ยแผ่วเบา ริมฝีปากได้รูปแย้มรอยยิ้มดุจดั่งเคยในยามที่มองไปยังแผ่นหลังบอบบางของคนที่อยู่ใต้ร่าง เสียงหวานล้ำที่ปรากฏทุกครั้งที่ตนกระแทกแก่นกายร้อนเข้ารุกล้ำช่องทางสีหวานระงมก้องไปทั่วทั้งห้องกว้าง เสียงเตียงใหญ่ลั่นไปตามความรุนแรงจากร่างสูง

 

.......ชั้นรักเธอ.........

 

“อ๊าาา!!.... อาาาา !! ....อ า าาา!!”

 

เสียงกระซิบรักดังก้องไปทั่วอกของผู้ที่เป็นเจ้าของคำพูด ปกปิดเสียงครางหวานของผู้ที่ตนกำลังฝากรัก แม้จะรุกล้ำ สัมผัสและสอดแทรก ตีตราความเป็นเจ้าของกกกอดสัมผัสเร่งเร้าราวกับว่าพยายามให้ตนได้รับรู้ว่าคนตรงหน้า อยู่ในกำมือ อยู่ในอ้อมกอด และเขาได้ครอบครองเอาไว้เป็นของตนแล้วจริง ๆ

 

.......ชั้นรักเธอ..........

 

หากแต่ทุกประโยคแห่งคำฝากรัก ..กลับว่างเปล่าราวกับความมืดมิดที่ปกคลุมทุกสิ่งให้กลืนหาย มือหนารั้งใบหน้าหวานให้หันกลับมารับรสสัมผัสจุมพิตเร่งเร้ารุนแรง ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าตวัดกวาดความหวานล้ำภายในโพรงปากนั้นราวกับพยายามจะช่วงชิงทุกสิ่งที่อยู่ภายในของร่างบอบบางออกมาอยู่กับตน

 

“อึก!! อืมม!! อื้มม ม ม!! อื้มม ม!!”

 

นัยน์ตาหวานต่างสีปิดแน่นไม่ยอมเปิดลืมมองบุคคลตรงหน้าลิ้นเล็กถูกบังคับให้ต้องเกี่ยวพันเข้ากับลิ้นสากชื้นที่รุกล้ำเข้ามาภายในโพรงปากตน เรียวนิ้วสวยจิกลงกับผ้าปูที่นอนนุ่มเมื่อความเสียวกระสันถูกปลุกระดมให้ถึงจุดสุดยอด

 

“อื้อออออ!! อื้มมม ม!! อืมม ม!!”

 

ในที่สุดแล้วของเหลวข่นข้นก็ถูกปลดปล่อยออกมาจากความแข็งขืนของร่างบาง พร้อม ๆ กับที่สะโพกแกร่งนั้นขยับกระแทกย้ำรุนแรงอีกไม่กี่ครั้งก็ปลดปล่อยหยาดน้ำอุ่นเข้าไปในช่องทางหวานจนมุคุโร่รู้สึกได้

 

“อ...อา า ...ฮ้า..ฮ้าา า...”

 

มุคุโร่หอบหายใจกระชั้น เมื่อเบียคุรันหยุดการกระทำของตนแล้วปลดปล่อยเรือนร่างบอบบางให้เป็นอิสระ นัยน์ตาหวานคู่ต่างสีรื้นไปด้วยหยาดน้ำใสที่รินหลั่งออกมาด้วยความเจ็บปวด และเจ็บใจ แทบจะอยากกัดลิ้นของตนให้ตายเสียให้พ้นไปจากคนที่ทำร้ายและช่วงชิงทุกสิ่งไป แต่ความเป็นห่วงในตัวน้องสาวนั้นก็ทำให้ร่างบางทำได้แค่เม้มริมฝีปากเอาไว้แน่นแล้วสะกลั้นทุกสิ่งเอาไว้ในอก

 

“มุคุโร่คุง”

 

มือหนาเลื่อนลูบไล้ไปตามเรือนผมนุ่มสีไพรินแผ่วเบาคล้ายกับกำลังจะปลอบโยนอย่างเผลอไผล หากแต่มือบางกลับยกขึ้นปัดมือหนานั้นออกไปแล้วจ้องมองผู้เป็นเจ้าของอย่างอาฆาตร

 

“อย่ามาสัมผัสผมง่าย ๆ ผมเกลียดคุณ คุณเบียคุรัน อยากจะอ้วก”

 

คำที่ลอดผ่านริมฝีปากหวานทำให้หัวใจคนฟังรู้สึกราวกับทุกสิ่งมันยิ่งว่างเปล่ามากยิ่งขึ้น ไม่ว่าพยายามจะฉุดรั้งไว้เท่าไร ก็ยิ่งเหมือนกับว่าคนตรงหน้านั้นห่างออกไปมากขึ้นทุกที ในที่สุดแล้วเบียคุรันก็เผยรอยยิ้มออกมาอีกครั้ง

 

“หึหึ..อะไรกัน ไม่รู้สึกดีกับการมีเซ็กส์กับชั้นเลยอย่างนั้นเหรอ? แต่ก็แย่หน่อยนะ ที่สินค้าอย่างเธอ ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธชั้นหรอก”

 

“คึหึหึ เอาสมองส่วนไหนคิดครับว่าผมจะรู้สึกดีไปกับคุณ แต่...ถ้าอย่างนั้นคุณก็ทำเยอะ ๆ สิครับ มันจะได้จบ ๆ ...อีกกี่ครั้งหนี้สินของผม มันถึงจะหมดล่ะครับ”

 

“.......................”

 

เสียงหวานสวนกลับมาทันควัน เบียคุรันจดจ้องไปยังนัยน์ตาหวานคู่สวยต่างสีที่จ้องสบกลับมาด้วยรอยกร้าว มือบางที่ถูกพันธนาการเอาไว้กำแน่นพลางริมฝีปากหวานก็ขบเม้มเอาไว้สนิท

 

“ไม่ต้องห่วงหรอกนะ เพราะมันยังอีกนานมากเลยล่ะ หึหึ”

 

มือหนาเลื่อนลูบไล้ใบหน้าหวานพลางส่งรอยยิ้มอ่อนโยนไปให้ หากแต่แววตาสีอ่อนอเมทิสธ์กลับไร้ซึ่งแววแห่งความอ่อนโยนดั่งรอยยิ้มนั้น ภายในหัวใจของร่างสูงกำลังอัดแน่นไปด้วยความว่างเปล่า เพราะถึงแม้ตนจะพยายามกักขังเอาไว้มากเท่าใด ยิ่งกกกอดครอบครองมากเท่าไร คนตรงหน้าก็ดูเหมือนจะจางหายไปมากขึ้นเท่านั้น

 

....ที่สุดแล้ว...หัวใจของเขา ก็มองไม่เห็นตัวตนของคนตรงหน้า...

 

 

 

 

 

 

 

“ทำไมนะ เธอเป็นเพียงสิ่งเดียวที่ชั้นรู้สึกว่าเอามาครอบครองไว้ไม่ได้”

 

เสียงทุ้มพึมพำเบา ๆ กับตนเองพลางเหลียวใบหน้ามองไปยังภาพทิวทัศน์นอกหน้าต่างของคฤหาสน์ที่น้ำทะเลมีเกลียวคลื่นที่เกิดจากแรงลม หลังจากวันที่ร่างสูงเจ้าของเรือนผมพิสุทธิ์ขาวตัดสินใจกักขังโรคุโด มุคุโร่เอาไว้ในห้องแห่งนั้น มันก็ผ่านไปนานพอสมควร ม้าพยศดีโน่ที่พยายามจะขอพบคนที่ตนกักขัง อีกทั้งโรคุโด นางิ ที่เอาแต่ถามถึงพี่ชายของตน มันยิ่งทำให้ร่างสูงยิ่งหงุดหงิดมากขึ้นทุกครั้ง มือหนาทาบลงกับหน้าต่างบานกว้าง หัวใจนั้นไม่อาจหยุดคิดถึงนกน้อยในกรงที่เขาเป็นคนทำขึ้น

 

...เบื่อแล้ว...

 

หนึ่งเสียงที่ดังขึ้นอยู่ในสมองของร่างสูงนัยน์ตาเรียวคมจางแสงลง อะไรบางอย่างกำลังบีบคั้นเขาให้หงุดหงิดกับสิ่งที่มันไม่เป็นไปตามที่คิด เขาสนใจในตัวคน ๆ นั้น หลงรักและหลงใหล หากแต่มันกลับไม่มีอยู่เลยในตัวของคน ๆ เดียวกันกับที่เขาเฝ้ามอง ยิ่งสัมผัสยิ่งจืดจาง ยิ่งกักขังยิ่งห่างไกล เขาเบื่อกับสิ่งที่เป็นไปเช่นนี้ ร่างสูงถอนหายใจอย่างหนักหน่วงออกมาอีกครั้งในหลาย ๆ ครั้งที่เขาทำนับจากที่ความรู้สึกนี้เริ่มหนักอึ้ง ไม่นานนักร่างเดิมก็หันกายเดินไปยังทิศทางที่เป็นห้องที่ตนกักขังเจ้าของดวงตาต่างสีเอาไว้อีกครั้ง เพราะตัดสินใจแล้วว่าตนคงไม่มีอารมณ์มากพอจะไปทำงานแน่ ๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“อะไรกัน ยังเข้าพบไม่ได้อย่างนั้นเหรอ จะบอกว่าป่วยมันก็นานเกินไปแล้วนะ”

 

เสียงทุ้มของดีโน่เอ่ยขึ้นในยามที่ตนแวะเวียนเข้ามายังคฤหาสน์ชายทะเลแห่งนี้ ใบหน้าหวานของหญิงสาวนามริซ่าประดับด้วยรอยยิ้มจาง ๆ ก่อนนัยน์ตาหวานคู่สีเทานั้นจะหันไปสบมองกับชายหนุ่มชุดดำสวมแว่นผู้เป็นคนสนิทของดีโน่

 

“ในตอนนี้ท่านเบียคุรันยังไม่อยากให้ใครพบกับท่านมุคุโร่ ขอให้พวกคุณกรุณารอสักหน่อยเถอะนะคะ ดิฉันจะแจ้งไปหากว่ามีความคืบหน้า”

 

เสียงหวานเอ่ยอย่างชัดถ้อยชัดคำหากนัยน์ตานั้นหาได้สบมองกับดีโน่ไม่ โรมาริโอลอบถอนใจอย่างเหนื่อยหน่ายก่อนจะหันไปเอ่ยกับผู้เป็นนายเรียบ ๆ

 

“พอเถอะครับบอส รอให้เธอติดต่อมาดีกว่า ต่อให้เรามาทุกวัน ถ้าคุณเบียคุรันไม่อยากให้พบเราก็คงไม่ได้พบหรอกครับ”

 

เสียงของโรมาริโอทำให้ดีโน่ชะงักไป มันเป็นเรื่องจริงอย่างไม่ต้องสงสัย เหตุเพราะตนได้ใช้เวลาในการขอพบกับเจ้าของร่างบอบบางผู้มีนัยน์ตาต่างสีนั้นนานเป็นเดือนแล้ว หากแต่ผลก็ยังเป็นเช่นเดิม คือการปฏิเสธจากเจ้าของคฤหาสน์ นัยน์ตาคมคายของดีโน่หลุบลงแล้วยอมจำนนอย่างช่วยไม่ได้

 

“ถ้าอย่างนั้นคงต้องรบกวนเธอหน่อยนะ ริซ่าจัง”

 

เสียงทุ้มของเจ้าของรอยสักที่แขนซ้ายเอ่ยออกมาพลางขยับร่างลุกขึ้นยืนเตรียมจะกล่าวลากับเมดสาวประจำคฤหาสน์ นัยน์ตาหวานสีเทาอ่อนเผยรอยยิ้มจาง ๆ พร้อมกับริมฝีปากบางนั้นก็ตอบรับอย่างอ่อนโยน

 

“ค่ะ”

 

“ถ้าอย่างนั้นฉันขอตัวกลับล่ะ ไปกันเถอะ โรมาริโอ”

 

“เดี๋ยวค่ะ”

 

หากแต่เสียงใสของเด็กสาวผู้หนึ่งก็ดังขึ้นก่อนที่ทั้งสองจะก้าวออกไปจากพื้นที่นั้น ดีโน่หันไปมองตามต้นเสียงแล้วพบกับหญิงสาวเจ้าของเรือนผมสีไพรินผู้มีนัยน์ตากลมสีไวโอเลตหม่นแสง เขารู้โดยทันทีว่านั่นคือ โรคุโด นางิ นางสาวต่างแม่ของมุคุโร่

 

“นางิจัง มีอะไรอย่างนั้นเหรอ?”

 

ร่างสูงหันกลับไปยังทิศทางที่โรคุโด นางิยืนอยู่ ดีโน่สบกับนัยน์ตาหวานกลมโตนั่นที่ระริกสั่นแล้วขมวดคิ้วมุ่น

 

“ฉันมีเรื่องอยากให้คุณช่วยค่ะ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สองแขนแกร่งโอบกอดร่างบอบบางเอาไว้ในอ้อมกอดจากทางด้านหลัง ริมฝีปากได้รูปจูบซับเบา ๆ ที่เรือนผมนุ่มสีไพรินที่โชยกลิ่นหอมอ่อน ๆ ร่างบอบบางนั้นนอนนิ่งไม่ติงไหว ไม่ขัดขืนและไม่ตอบรับ หากแต่นั่นก็มากพอจะทำให้ร่างสูงได้กอดกระชับแนบชิดอย่างที่อยากจะทำ

 

“เธอรักชั้นบ้างมั้ยนะ?”

 

“........................”

 

เสียงทุ้มเอ่ยถามเบา ๆ ราวกับกระซิบ นัยน์ตาหวานต่างสีจดจ้องมองผ่านความเงียบงันพลางสดับฟังคำถามแล้วยิ้มเยาะ

 

“ทุเรศ”

 

“.........................”

 

หากแต่คำตอบจากคนในอ้อมกอดทำให้เจ้าของเรือนผมสีพิสุทธิ์ขาวเผยรอยยิ้มแปลกประหลาดขึ้นมา มือหนาเลื่อนลงหาแก่นกายของร่างบอบบางพลางพรมริมฝีปากจูบไซร้อยู่กับคอระหง

 

“อ ...อืมม ม”

 

เสียงหวานครางออกมาเบา ๆ เมื่อปลายนิ้วหนาลูบไล้อยู่กับส่วนปลายจนความกระสันเริ่มแล่นริ้ว ริมฝีปากบางขบหากันแน่นด้วยไม่อยากปลดปล่อยเสียงที่อีกฝ่ายต้องการออกมาให้ได้ยิน

 

“คืนนี้ ชั้นจะทำให้เธอร้องออกมาจนสุดเสียงเลยล่ะ มุคุโร่คุง”

 

เบียคุรันเอ่ยด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ พลางพลิกร่างบางให้คว่ำใบหน้าไปกับเตียงนุ่มก่อนจะใช้มือของตนกดศีรษะของคนใต้ร่างตนไว้จนใบหน้าหวานแนบชิดอยู่กับเตียงนุ่มแนบแน่น

 

“คึหึหึ ... ผมไม่มีทางทำอะไรที่มันทุเรศ ๆ แบบนั้นหรอกครับ”

 

หากแต่เสียงของคนที่ถูกพันธนาการก็ยังคงปลดปล่อยประโยคอันเสียดแทงหัวใจคนฟังดังขึ้น เบียคุรันจดจ้องเรือนร่างบอบบางที่อยู่ใต้ร่างนิ่งงันแล้วค่อย ๆ ทำให้คำพูดจากเจ้าของเสียงหวานนั้น กลายเป็นเรื่องโกหกที่แสนน่าขบขันสำหรับตนเอง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

TBC....
 
 :::::::::::::::::::::::::::::::::::::>>••••<<:::::::::::::::::::::::::::::::::::::

 

 

H I G A N B A N A's   T alk :

....*ชะโงกหน้าออกมาจากประตู แล้วเหงื่อตก*
ท..ทักทายครับทุกทั่วท่าน .. เอ่อ .. ค .. คิดถึงกันบ้างมั้ยนะ ..


นับจากพาร์ทนี้ไป เรื่องนี้ก็เริ่มเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของเรื่องแล้ว
อาจจะทำให้ทุกคนงงกันไปบ้าง ก็ช่วยงงกันต่อไปนะครับ แฮะๆๆ (อ้าว)

ต่อจากนี้ไปกระผมก็ยังคงบ้างานอยู่เช่นเดิม ดังนั้น ...*คว้าโหลดองขึ้นมา*
ทุกทั่วท่านจะได้เห็นสิ่งนี้เป็นระยะ ๆ นะครับ ^^
ขอขอบคุณทุกท่าน ที่ติดตาม ...

/อะไรบางอย่างลอยมาทางหัวฮิงันบานะด้วยความรักทันที/

O[  ]O!!!

ฟิ้วววว!!~~~~~~~ ปั่ก!! *เสกกลางหน้าฮิงัน ตายคาที่ ทันทีโดยไม่ต้องพูดอะไรต่อ* [?]
 
 
 
 
 
 
 
และ..
 
 
.
.
.
.
.
.
.
 
 
....ฮิ้ววววววววววววววววววววววววว!!! [!?]